สายการบินโลว์คอสต์ลาว เริ่มบินในประเทศสิ้นเดือนหน้า

ASTVผู้จัดการรายวัน—สายการบินพงสะหวันแอร์ไลน์ส สายการบินเอกชนแห่งแรกของลาว จะเริ่มให้บริการบินในประเทศสิ้นเดือน ส.ค.นี้ โดยจะเป็นสายการบินแบบต้นทุนต่ำ หลังจากศึกษาความเป็นได้ในเรื่องนี้มานานเกือบ 10 ปี ผู้บริหารของพงสะหวันคนหนึ่งกล่าว

ยังไม่มีการกล่าวถึงรายละเอียดว่า สายการบินเอกชนแห่งนี้จะใช้เครื่องบินโดยสารจากที่ใด ในการให้บริการบินต้นทุนต่ำดังกล่าว และ จะบินให้บริการในเส้นทางใดบ้าง

ในเดือน ม.ค.ปีนี้กลุ่มพงสะหวันได้ซื้อกิจการของสายการบินแคปริคอร์นแอร์ (Capricorn Air) สายการบินร่วมทุนของเอกชนจากต่างประเทศ ที่ได้รับอนุญาตให้บริการบินแบบเช่าเหมาลำตามแขวง (จังหวัด) ทางภาคเหนือ โดยมีเครื่องบินแบบ 6 ที่นั่ง 1 ลำ และ 19 ที่นั่งอีก 1 ลำ

ตามรายงานของสำนักข่าวสารปะเทดลาวก่อนหน้านี้ ในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา บริษัทสายการบินพงสะหวันได้เซ็นสัญญาซื้อเครื่องบินไอพ่นโดยสารแบบซูเปอร์เจ็ต (Superjet) ขนาด 98 ที่นั่งจำนวน 3 ลำ จากบริษัทซูคอย (Sukhoi) แห่งรัสเซีย แต่มีกำหนดส่งมอบในปี 2555

นายทงไซ อินทะสาน รองผู้อำนวยการของพงสะหวันแอร์ไลน์ส กล่าวกับสำนักข่าวสารปะเทดลาวว่า บริษัทมีวิสัยทัศน์ที่จะให้ชาวลาว มีทางเลือกมากขึ้นในการเดินทางโดยเครื่องบิน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดอื่นใดอีก

รูปภาพ : ภาพเอเอฟพีวันที่ 21 ก.ค.2553 เครื่องบินโดยสารไอพ่นซูคอย "ซูเปอร์เจ็ต" ขนาด 98 ที่นั่งที่ผลิตในรัสเซียไปร่วมงานแอร์โชว์ที่ฟาร์นโบโรห์ แคว้นนิวแฮมเชียร์ ประเทศอังกฤษด้วย พงสะหวันแอร์ไลน์ส เซ็นซื้อเครื่องบินรุ่นนี้จำนวน 3 ลำ ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา แต่จะส่งมอบในปี 2555 ขณะที่สายการบินแห่งนี้กล่าวว่าจะเริ่มเปิดบินเส้นทางในประเทศตั้งแต่สิ้นเดือน ส.ค.เป็นต้นไป แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ

Manager Online

แฟชั่น ไอส์แลนด์ ทุ่มลงทุน 600ล้าน ลุยไลฟ์สไตล์มอลล์ ปลายปีหน้าได้ยลโฉม

แฟชั่น ไอส์แลนด์ ทุ่ม 600 ล้านบาท ลุยโปรเจกต์โครงการไลฟ์สไตล์มอลล์ ส่งแฟชั่น ไอส์แลนด์สู่โมเดล “ไฮบริดจ์มอลล์” ปลายปีหน้าเตรียมยลโฉม ชี้ย่านรามอินทราเติบโตสูง อสังหาริมทรัพย์บูม คนรวยอยู่เยอะ ส่งครึ่งปีแรกทราฟฟิคในศูนย์ฯเพิ่มขึ้น 7% ทั้งปีเชื่อไม่ต่ำกว่าไปกว่านี้แน่นอน

นายประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท สยามรีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าของโครงการไลฟ์สไตล์มอลล์ บนบริเวณพื้นที่ 18 ไร่ ที่ติดกับแฟชั่น ไอส์แลนด์ จากเบื้องต้นที่ต้องมีการลงทุนกว่า 600 ล้านบาทนั้น ล่าสุดได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างไปบ้างแล้ว โดยเริ่มลงเสาเข็มอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2554 นี้

สำหรับโครงการไลฟ์สไตล์มอลล์นั้น ถือเป็นมอลล์ที่จะจับกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมี่ยม มุ่งในเรื่องของร้านอาหารมากกว่าสินค้าแฟชั่น ซึ่งหลังจากที่โครงการนี้เสร็จสมบูรณ์ จะส่งผลให้แฟชั่น ไอส์แลนด์ จะกลายเป็นศูนย์การค้าที่มีโมเดลในรูปแบบของ ไฮบริด มอลล์ อย่างในหลายๆประเทศที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยความเป็นไฮบริดครั้งนี้คือ กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน รวมถึงรูปแบบของศูนย์และโพพซิชั่นนิ่ง และกลุ่มเป้าหมาย ที่แตกต่างกัน แต่อยู่ด้วยกันนั่นเอง

การที่ทางศูนย์ฯมุ่งสู่โมเดลไฮบริดมอลล์ครั้งนี้ เนื่องจากพบว่า ปัจจุบันประชาที่อาศัยอยู่บริเวณย่านรามอินทรา จะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นมากมาย และราคาต่อหลังก็ค่อนข้างสูง ส่งผลให้ย่านนี้กลายเป็นพื้นที่สำหรับผู้บริโภคระดับพรีเมี่ยมมากขึ้น ซี่งเดิมแฟชั่น ไอส์แลนด์ จะจับกลุ่มเป้าหมายระดับกลางขึ้นไป เชื่อว่าไลฟ์สไตล์มอลล์จะเข้ามาช่วยเสริม และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายระดับพรีเมี่ยมได้เป็นอย่างดีเช่นกัน

เอกชน ถ.ข้าวสาร เมินงานโปรโมตเที่ยว หวั่นคนไทยทะลักเข้าพื้นที่ผิดวัตถุประสงค์

ผู้ประกอบการถนนข้าวสาร ระบุ ไม่จำเป็นต้องโปรโมตเที่ยวข้าวสารมากเกินจำเป็น เกรงผิดวัตถุประสงค์ที่ต้องการดึงต่างชาติเข้ามาเที่ยว แต่หากโปรโมตมากไปจะกลับกลายเป็นตลาดคนไทยมาเที่ยวแทน ยันสถานการณ์นักท่องเที่ยวข้าวสารฟื้นแล้ว ยุโรป จีน ญี่ปุ่นออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ ทยอยชักแถวเที่ยวยาว คาด ก.ย.นี้ ฟื้นเป็นปกติ

นายปิยะบุตร จิวระโมไนยกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า สถานการณ์นักท่องเที่ยวที่ถนนข้าวสารปัจจุบัน เริ่มขยับตัวดีขึ้น โดยมีนักท่องเที่ยวจาก ยุโรป และ จีน ทยอยเดินทางเข้ามาเที่ยวเพิ่มขึ้น เห็นตัวเลขการปรับตัวขึ้นตั้งแต่ปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา และในเดือนสิงหาคม ที่จะมาถึงนี้ เป็นช่วงปิดภาคเรียนของนักศึกษาในประเทศญี่ปุ่น จึงมียอดจองของนักท่องเที่ยวจากประเทศญี่ปุ่นบุ๊กกิ้งเข้ามามากขึ้น ต่อจากนั้น ก็มียอดจองจากนักท่องเที่ยวประเทศออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ ที่จะทยอยเดินทางเข้าต่อเนื่อง จึงคาดว่าภายในเดือนกันยายนปีนี้ สถานการณ์การท่องเที่ยวถนนข้าวสารจะกลับสู่ภาวะปกติ

อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมการท่องเที่ยวในถนนข้าวสาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ได้เชิญสมาคมเข้าไปหารือ เตรียมการจัดงานสไมล์ แอท ถนนข้าวสาร รูปแบบงานจะเป็นไปในลักษณะเดียวกันกับงานสไมล์ แอท ราชประสงค์ เพื่อต้องการฟื้นความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเบื้องต้นยังอยู่ระหว่างการหารือกันในหลักการ ยังไม่ได้ลงลึกไปในรายละเอียด

“โดยส่วนตัวมองว่า ไม่จำเป็นต้องทำการส่งเสริมการท่องเที่ยวบนถนนข้าวสารมากนัก เพราะเชื่อว่า เมื่อเหตุการณ์สงบ นักท่องเที่ยวจะทยอยกลับเข้ามาเที่ยวที่ถนนข้าวสารตามเดิม หากมีการโปรโมตมากไป อาจเป็นการกระตุ้นตลาดคนไทยให้เข้ามาเที่ยวเพิ่มขึ้น ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลมุ่งเน้นเจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก”

สนามบินดูไบยัน ไม่ใช้เครื่องสแกนเต็มตัว ห่วงความเป็นส่วนตัวนักเดินทาง

เอเอฟพี - เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงของท่าอากาศยานดูไบเผย ดูไบจะไม่นำเครื่องสแกนร่างกายแบบเต็มตัวมาใช้ในสนามบินทั้งสองแห่ง เพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้โดยสาร

หนังสือพิมพ์อัล-บายัน ซึ่งอ้างคำกล่าวของอาหมัด โมฮัมหมัด บิน ทานี หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานของกรมตำรวจดูไบ รายงานว่า เครื่องสแกนร่างกายแบบเต็มตัวจะไม่ถูกนำมาใช้ในสนามบินดูไบทั้ง 2 แห่ง เนื่องจากเป็นการขัดแย้งกับหลักศาสนาอิสลาม และไม่เคารพความเป็นส่วนตัว รวมถึงเสรีภาพของบุคคล

หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวยังอ้างเจ้าหน้าที่คนเดิม ซึ่งระบุว่า จะมีการนำระบบตรวจสอบอื่นมาใช้แทนเครื่องสแกนเนอร์เต็มตัวเหล่านั้น เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของนักเดินทางทั้งหลาย

ขณะที่หนังสือพิมพ์กัลป์ นิวส์ ซึ่งอ้างบิน ทานี เช่นกัน เสริมว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยของดูไบนั้นอ้างอิงมาตรฐานสากล และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงการรักษาความปลอดภัยครั้งใหญ่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม กัลฟ์ นิวส์ระบุว่า สนามบินดูไบทั้ง 2 แห่งกำลังพิจารณาใช้กล้องตรวจจับใบหน้า เพื่อยกระดับการรักษาความปลอดภัย

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ผลักดันให้มีการใช้เครื่องสแกนร่างกายแบบเต็มตัวโดยกว้างขวางขึ้น หลังเครื่องรุ่นนี้สามารถสกัดความพยายามวางระเบิดเครื่องบินของสหรัฐฯ โดยชายชาวไนจีเรียที่ซุกระเบิดไว้ในกางเกงชั้นใน ได้เมื่อวันคริสต์มาสปีที่ผ่านมา

ขณะที่หลายประเทศในยุโรปได้ทดสอบเทคโนโลยีดังกล่าวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส อังกฤษ และเนเธอร์แลนด์ ตลอดจนสนามบินในประเทศแถบเอเชียอย่างญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ก็เริ่มทดลองใช้เทคโนโลยีนี้แล้วเช่นกัน

ภาพบรรยายบนจอคอมพิวเตอร์จากเครื่องสแกนแบบตัวเต็มในสนามบินเกาหลีใต้

จำปีนำระบบเช็กอินออนไลน์อำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสาร

นายเล็ก กลิ่นวิบูลย์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าภาคพื้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน ) กล่าวว่า เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่เดินทางกับสายการบินไทย ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและเที่ยวบินระหว่างประเทศทุกเที่ยวบิน ผู้โดยสารสามารถเช็กอินผ่านอินเตอร์เน็ต ได้ทางเว็บไซต์ www.thaiairways.com ได้ตลอด 24 ชั่วโมงไปจนถึง 2 ชั่วโมง ล่วงหน้าก่อนเวลาเครื่องออก ซึ่งใช้ได้ทั้งบัตรโดยสารกระดาษหรือบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Ticket และสามารถเช็กอินกรณีต่อเครื่องบินได้โดยอัตโนมัติ ทั้งเที่ยวบินของการบินไทยและเที่ยวบินของสายการบินพันธมิตร สตาร์ อัลไลแอนซ์ ซึ่งผู้โดยสารสามารถติดต่อขอรับบัตรที่นั่ง และรับการตรวจสอบเอกสารการเดินทาง รวมทั้งเช็กอินกระเป๋าสัมภาระได้ที่เคาน์เตอร์ที่จัดไว้ให้โดยเฉพาะ อย่างน้อย 45 นาที ก่อนเวลาเครื่องออกสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ และ 1 ชั่วโมง สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ฝ่ายบริการลูกค้าภาคพื้นยังได้ติดตั้งเครื่องให้บริการเช็กอินอัตโนมัติ หรือ Kiosk สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางในเที่ยวบินภายในประเทศ สามารถเช็กอินได้ด้วยตนเองที่สนามบิน ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น ภูเก็ต หาดใหญ่ และกระบี่ เพียงผู้โดยสารสัมผัสที่หน้าจอ ( Touch Screen ) สามารถเลือกใช้บริการได้ 2 แบบ คือบริการเช็กอินอัตโนมัติ ( Royal E-Check in ) โดยเลือกใส่รหัสสำรองที่นั่ง หรือหมายเลขสมาชิก รอยัล ออร์คิด พลัส รูดบัตรสมาชิกหรือบัตรเครดิต อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็สามารถเช็กอินและรับบัตรที่นั่งซึ่งพิมพ์ออกมาจากเครื่องได้ด้วยตนเอง ตั้งแต่เวลา 12 ชั่วโมง จนถึง 30 นาทีก่อนเครื่องออก หากมีสัมภาระสามารถนำไปเช็กอินภายหลังที่เคาน์เตอร์ที่จัดไว้ให้โดยเฉพาะ

ททท.โหมแคมเปญฟื้นครึ่งปีหลัง อัด 40 ล้าน เจาะตลาดสาวออฟฟิศ

ททท.งัดกิจกรรมนับสิบโหมโปรโมทท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง เน้นจับตลาดผู้หญิงวัยทำงาน ระบุกำลังซื้อและอำนาจตัดสินใจสูงสุด เผยตลาดยุโรป อัด 10 ล้านบาทจีบ “มาร์ทา สจ๊วต” พิธีกรชื่อดังมาจัดรายการในประเทศไทย ก.ย.นี้ ขณะที่ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว เข็น 5-6 กิจกรรม รวมใช้งบ 30 ล้านบาท เน้นดึงกำลังซื้อจากสาววัยทำงาน สิ้นปียันเป้า 90 ล้านคนครั้ง ส่วนต่างประเทศแตะ 14 ล้านคน

***โยก10 ล้านบาทดึงมาร์ทา สจ๊วต โปรโมตไทย***
นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดต่างประเทศ ภูมิภาคยุโรป การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยถึงแผนกระตุ้นตลาดยุโรปในครึ่งปีหลังนี้ว่า ล่าสุดเตรียมเชิญ Martha stewart (มาร์ทา สจ๊วต) พิธีกรรายการผู้หญิงชื่อดังจากประเทศอเมริกา เจ้าของ แมกกาซีน มาร์ทา สจ๊วจ ลิฟวิ่ง เข้ามาถ่ายทำรายการในประเทศไทย ในเดือน ก.ย.นี้ โดยโครงการนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณราว 10 ล้านบาท โยกการใช้เงินจากงบประจำปีปกติมาใช้ คาดว่าจะช่วยประชาสัมพันธ์เรียกความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวให้แก่ประเทศไทย และอาหารไทย ให้แก่ตลาดยุโรปและอเมริกา

ส่วนตลาดตะวันออกกลาง จับมือกับสายการบินเอทิฮัท และบริษัทนำเที่ยวในดูไบ 4-5 ราย จัดโปรแกรม “ไทยแลนด์ ซัมเมอร์” นำเสนอเป็นแพกเกจทัวร์ราคาพิเศษ เริ่มเดือน มิ.ย.-ส.ค.นี้ ขณะที่ในตลาดยุโรป ททท.ร่วมกับสายการบินไทย มอบตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษเดือนละ 4,600 ที่นั่งต่อสัปดาห์จาก 92 เที่ยวบิน จัดแพกเกจทัวร์เข้าไทย เริ่มโครงการ 15 ก.ค.-30 ก.ย.นี้

***ร่วมบูติกโฮเทลจัดวันไพร์ซออลเดสติเนชั่น***

อิเซตัน (ISETAN) ปักธงไทยไม่หนีการเมือง จี้ซีพีเอ็นเข้มมาตรการปลอดภัย

อิเซตัน (ISETAN) ไม่ถอดใจมองไทยขาขึ้น ไม่หวั่นการเมืองพร้อมเดินหน้าลุยเปิดอิเซตัน หวังดึงกำลังซื้อกลับมาดังเดิม หวังเข็นรายได้สู่ 1,160 เท่าปีก่อน หลังปิดให้บริการ 82 วัน สูญรายได้ร่วม 262 ล้านบาท

นายทาเคชิ อิโต กรรมการผู้จัดการใหญ่ ห้างสรรพสินค้า อิเซตัน เปิดเผยว่า ทางบริษัทยังพร้อมลงทุนในประเทศไทย จึงยังคงเปิดให้บริการอิเซตันในวานนี้ (24มิ.ย.) ถึงแม้ว่าจะมีกระแสข่าวออกมาว่า ทางบริษัทถอดใจจะถอนการลงทุนออกจากประเทศไทยก็ตาม แต่ขอยืนยันว่าทางบริษัทแม่ยังมองว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น พร้อมทั้งประเทศไทยมีอิเซตันเพียงสาขาเดียว ดังนั้นจึงพร้อมที่จะลงทุนและเปิดให้บริการต่อไป ขณะที่ปัจจุบันอิเซตันเปิดให้บริการมากว่า 18 ปี ยังเหลือสัญญาเช่าอีก 12 ปี

สำหรับแผนการดำเนินงานหลังจากนี้ ทางบริษัทวางไว้ทั้งหมด 3 เฟส คือ เฟสที่ 1 เริ่มจากวานนี้จนถึงช่วงเดือนธ.ค. โดยในเฟสแรกนี้จะเน้นเรื่องของการบริการและเซอร์วิสต่างๆเพื่อทำให้ลูกค้ากลับมาเข้ามาใช้บริการดังเดิม มากกว่าจะหวังเรื่องของรายได้ เพราะมองว่าเพียงลูกค้ากลับมาดังเดิมก็ถือว่าดีมากแล้ว ซึ่งมองว่าน่าจะกลับมาได้ประมาณ 50% จากปกติต่อวันจะมีลูกค้าเดินเข้าศูนย์ฯในวันธรรมดาอยู่ที่ 20,000 คน และวันเสาร์-อาทิตย์ ประมาณ 30,000-40,000 คน

อิเซตัน (ISETAN) เปิดบริการวันแรก / ผู้บริหารคาดคนเข้าสองหมื่นคนต่อวัน

อิเซตัน เปิดแล้ววันแรก ผู้ว่าฯ กทม.ร่วมงานพิธีเปิดพร้อมแสดงความยินดี มีปชช.จำนวนมาก โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น รอเข้าจับจ่ายซื้อของ ที่ห้างจัดกิจกรรมพิเศษลด 50-80%

วันนี้ (24 มิ.ย.) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางมายังห้างสรรพสินค้าอิเซตัน เพื่อทำพิธีเปิดให้บริการเป็นวันแรก ภายหลังปิดบริการมาตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน จากเหตุการความไม่สงบและความรุนแรงทางการเมือง โดยมีผู้บริหารห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และผู้บริหารบริษัท อิเซตัน ให้การต้อนรับและร่วมทำพิธี

ทั้งนี้ ผู้บริหารอิเซตัน ได้นำถังสาเกจากเกาะฮอกไกโดมาเคาะ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่กิจการตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น

สำหรับห้างสรรพสินค้าอิเซตัน นับเป็นส่วนแรกของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่เปิดให้บริการ โดยพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าอิเซตัน คิดเป็น 10% ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งทันทีที่เปิดบริการ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าชาวญี่ปุ่น ที่มารอเข้าใช้บริการตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งทางห้างได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ด้วยการลดราคาสินค้า 50-80% ด้วย

นอกจากนี้ ทางห้างคาดว่า ในวันธรรมดาจะมีลูกค้าเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้า 20,000 คนต่อวัน ส่วนวันเสาร์และวันอาทิตย์จะมีประมาณ 40,000 คนต่อวัน

สำหรับส่วนอื่นๆ ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และร้านค้าต่างๆ จะเปิดให้บริการได้ในเดือนตุลาคมนี้ ส่วนห้าง ZEN ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด จะเปิดให้บริการเดือนสิงหาคมปีหน้า

Manager Online

คอแบรนด์ดังห้ามพลาด! ซูเปอร์เซลล์ 90% กู้วิกฤตราชประสงค์ 11-16 พ.ค.นี้

บิ๊กห้างดัง “สยามดิสคัพเวอรี่-สยามพารากอน” เปิดแถลงข่าว S.O.S.Siam Super Sale ลดกระหน่ำ 200 แบรนด์ดัง หั่นราคา 90% 11-16 พ.ค.นี้ ณ ศุนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และทองหล่อมิดทาวน์ เพื่อกู้วิกฤตสถาพคล่องให้ผู้ประกอบการ-ร้านค้าย่อย ย่านราชประสงค์

นางชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัพเวอรี่ และสยามพารากอน เปิดแถลงข่าวที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท โดยเตรียมอัดฉีดงบประมาณ 20 ล้านบาท ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการจัดแคมเปญ S.O.S.Siam Super Sale มหกรรมลดราคาสินค้าครั้งใหญ่กว่า 90% ในวันที่ 11-16 พฤษภาคม 2553 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และทองหล่อมิดทาวน์

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า การจัดงานดังกล่าว มีจุดมุ่งหมายเพื่อระบายสินค้าและแก้ปัญหาผลกระทบจากการชุมนุมปิดย่านธุรกิจ โดยห้างสยามเซ็นเตอร์ สยามพารากอน และสยามดิสคัฟเวอรี่ ได้ร่วมกับร้านค้าภายในจำนวนมากกว่า 200 ร้าน จัดงานดังกล่าว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ

ผู้บริหารระบุว่า จุดมุ่งมุ่งหมายหลักเพื่อให้เป็นพื้นที่จำหน่ายและช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินของผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ในสภาวการณ์ปัจจุบัน ตลอดจนก่อให้เกิดการจ้างงานพนักงานขายของร้านค้า โดยจะมีการลดราคาสินค้าสูงสุดถึงร้อยละ 90 จำนวนกว่า 200 แบรนด์ดัง ทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น แอสเซสเซอรี่อินเทรนด์ เครื่องสำอาง เครื่องเสียง อุปกรณ์กีฬาแบรนด์ดัง สินค้าตกแต่งบ้าน และเฟอร์นิเจอร์

ภัตตาคารฮ่องกงโอ.เค. งดเสิร์ฟหูฉลามงานเลี้ยง

เอเจนซี่ – กองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) กล่อมภัตตาคารและโรงแรม 12 แห่งในฮ่องกงสำเร็จ ไม่นำเมนูหูฉลามขึ้นโต๊ะจัดเลี้ยงเด็ดขาด

นับเป็นความสำเร็จก้าวแรกสำหรับโครงการรณรงค์อนุรักษ์ปลาฉลามในฮ่องกง ซึ่งมีการค้าขายครีบฉลามกันถึงร้อยละ 80 ของการค้าขายทั่วโลก นอกจากนั้น ยังนำเข้าครีบฉลามถึงกว่า 9,300 ตันในปีที่แล้ว

WWFได้เจรจาทาบทามภัตตาคารและโรงแรมราว 30-40 แห่ง และหวังว่าจะมีผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้น โดยผู้เข้าร่วม“รุ่นก่อตั้ง” เหล่านี้ ตอบรับในทันที โดยยังขายซุปหูฉลามในรายการอาหาร ที่มีอยู่ในร้าน แต่ไม่มีสำหรับงานเลี้ยง อีกทั้งยังรับรองว่า เมนูอาหารทะเลอื่น ๆ จะมาจากแหล่ง ที่ยั่งยืน

โรงแรมเหล่านี้ได้แก่ JW Marriott Hotel, The Excelsior และ The Langham ส่วนภัตตาคารได้แก่ Choi Fook Royal Banquet 5 สาขา the Banqueting House 2 สาขา และ the China House 2 สาขา โดยบางภัตตาคาร เสนอเมนูปลอดฉลามสำหรับโต๊ะจัดเลี้ยง 12 คนที่ราคา 4,980 ดอลลาร์ฮ่องกง ส่วนเมนูที่มีซุปหูฉลามเริ่มต้นที่ 7,000 ดอลลาร์ฮ่องกง

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีชาวฮ่องกงจำนวนไม่น้อย ที่ปฏิเสธรับประทานหูฉลาม ขณะที่ประธานสมาคมจัดงานสมรสระบุว่า ร้อยละ 5 ของการจัดงานสมรสในปัจจุบันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยจัดเมนูงานเลี้ยง ที่มาจากแหล่งผลิตยั่งยืน ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นชุดเช่า และรถที่นั่งเป็นรถไฮบริด ปล่อยมลพิษต่ำ

Manager Online

Syndicate content